เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียน
ติดต่อลงโฆษณา
[email protected]
หรือโทร. 081-811-1138 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
ฟอรั่ม
>
RacingWeb Community
>
Racing Forum (Cars Forum)
>
ใครใช้เป็นบ้างคับปรับบูสท์ไฟฟ้า Greddy Profec B SpecII
>
ตอบกลับหัวข้อ
ชื่อ:
การตรวจสอบ:
กรุณาเปิดใช้งานจาวาสคริปต์เพื่อดำเนินการต่อ
กำลังโหลด...
ข้อความ:
<p>[QUOTE="DUKE_68, post: 1417624, member: 33494"]<img src="http://image.superstreetonline.com/f/miscellaneous/electronic-manual-boost-controllers/1026658+w640+cr1+re0+ar1/profec-b-spec-ii.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p><span style="color: Orange"><font size="4"><b><font face="Century Gothic">PROFEC B spec II</font></b></font></span></p><p><br /></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">ทำความรู้จักกับความหมายของค่าต่างๆ กันก่อนที่จะเริ่มปรับดีกว่านะครับ เอาแบบชัวร์ๆ ใช้งานให้เต็มทุก function เลยดีกว่า</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3"><b>SET หมายถึง boost pressure</b> ที่ต้องการ แต่แทนที่จะตั้งเป็น bar หรือ psi แบบทั่วๆ ไป สำหรับของ Greddy Profec B spec II จะใช้การตั้ง % ของ solenoid valve คือ จาก 0% น้อยสุด ไปจนถึง 100% สูงสุด คือ valve ปิดตลอด จะไม่มีลมไปยก wastegate เลย คือ turbo ทำลมได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นล่ะ ซึ่งการปรับตั้งในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการทดลองค่าไปเรื่อยๆ คือค่อยๆ ปรับ % ไป แล้วลองขับแบบเหยียบมิดเลย อย่าลองมาก เดี๋ยวพังไม่รู้ด้วย เพราะถ้าบูสต์ไหล คือมันจะไปเลยนะ ก็ดูปรับ % ที่จะให้แรงบูสต์ที่ต้องการตลอดช่วง rpm ที่ต้องการ</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">ซึ่ง SET นี้จะต้องตั้งแบบ conservative คือค่อยๆ เพิ่มไป ค่านี้ถ้าเยอะก็จะได้บูสต์เยอะ ซึ่งเขาแนะนำว่าเริ่มซัก 25% ก็พอไหว แค่นี้ก็เยอะพอแล้ว อย่างที่บอกครับ ค่อยๆ เพิ่มไป</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">ซึ่งค่า SET นี้ ก็จะมีผลกับการบูสต์ของ turbo ซึ่งจะสัมพันธ์กับค่า GAIN ที่จะกล่าวถึงต่อไปด้วยครับ</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3"><b>GAIN หมายถึง </b>ค่าที่ใช้ปรับตั้งเพื่อให้ได้ความสม่ำเสมอของแรงดัน ผู้ผลิตเขาบอกว่าให้เริ่มต้นไว้ที่ 0 นั่นแหละดีแล้ว แล้วพอตอนเอารถไปวิ่งทดสอบแบบเหยียบมิด </font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">ถ้าขณะทดสอบ ถ้าสังเกตุว่าบูสต์มาเต็ม แล้วลดลงในขณะที่รอบสูง ก็ให้ปรับ gain ขึ้น ทีละนิดหน่อย เช่นอาจเริ่มต้นที่ 5% แล้วค่อย fine tune อีกทีละ 1% ไปเรื่อยๆ </font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">ซึ่งการปรับตั้งค่า GAIN นี้ จะมีผลทำให้แรงบูสต์สูงขึ้น ถึงแม้ว่าค่า SET จะอยู่ที่เดิมก็ตาม เพราะฉะนั้นในตอนเริ่มต้น ควรปรับตั้ง GAIN ไว้ที่ 0 เสมอ </font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3"><b>START BOOST ( หรือที่แสดงว่า SET GAIN บนหน้าปัด ) คื</b>อ ค่าต่ำสุดที่จะให้ปรับบูสต์เริ่มทำงาน สำหรับการใช้งานปกติแนะนำว่าให้ปรับให้ไกล้เคียงกับค่าแรงดันที่ตั้งไว้ใน SET ซึ่งจะมีผลให้บูสต์มาเร็วขึ้น เช่นกรณีที่ตั้ง SET ไว้เพื่อให้ได้บูสต์คงที่ที่ 0.80 bar อาจจะตั้ง SET GAIN ไว้ที่ 0.70 bar เป็นต้น </font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">หมายเหตุ : การตั้ง SET GAIN ใกล้กับแรงดันที่ SET มากเกินไปจะทำให้เกิดอาการ boost spike คือบูสต์จะเกินที่ตั้งไว้ เล็กน้อย แล้วถอยกลับลงมา ซึ่งบางคนชอบ บางคนก็ไม่ชอบ เพราะอาจทำให้กำลังรถควบคุมยาก หรืออาจถึงกับพังได้ ถ้าเล่นกันที่บูสต์สูงๆ rpm สูงๆ</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">ซึ่งคุณสามารถ fine-tune ค่า SET GAIN ให้ใกล้กับค่า SET ให้มากที่สุด โดยไม่เกิด boost spike จะทำให้ได้การตอบสนองของ turbo ที่ดีมาก ซึ่งเขาแนะนำว่าค่าที่ว่านี้ ควรตั้งใกล้กันไม่เกิน 4 psi ( 0.3 bar ? )</font></p><p><font size="3"><b><br /></b></font></p><p><font size="3"><b>WARNING คือการกำหนดค่าแรงดันสูงสุดที่คุณจะใช้งาน</b> โดยสามารถกำหนดเป็นค่าตัวเลขแรงดันได้เลย เหมือนกับตอนตั้ง SET GAIN </font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">ซึ่งเมื่อแรงดัน turbo สูงถึงค่าที่กำหนดไว้ จะทำให้ LIMITER ทำงาน โดยการส่งสัญญาณเตือน และทำการลดบูสต์ลงโดยอัตโนมัติ ตามค่า % ของการลดค่าที่ปรับตั้งได้</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">โดยปกติแล้ว WARNING จะ set ให้อยู่เกินค่าแรงดัน Hi Boost ไปเพียงเล็กน้อย เพื่อช่วยป้องกันเครื่องยนต์</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3"><b>LIMITER คือ boost percentage</b> ที่ตัวปรับบูสต์จะใช้เมื่อเกิด WARNING </font></p><p><font size="3">ซึ่งสามารถตั้งเป็นค่าเดียวกับ SET คือไม่ลดเลย เตือนอย่างเดียว หรือให้ลดไปจนถึง 0% คือ ปิดการทำงานของวาล์วปรับบูสต์ไปเลยก็ได้ ซึ่งแนะนำว่าให้ลดลงซัก 5% - 10% กำลังสวย รถจะวิ่งไม่ตื้อมาก </font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3"><b>PEAK คือแรงดันสูงสุดที่ปรับบูสต์บันทึกไว้</b> จนกว่าจะลบทิ้ง</font></p><p><font size="3">การลบค่าทำได้โดยขั้นตอนต่อไปนี้</font></p><p><font size="3">- กำหนดให้แสดง peak boost </font></p><p><font size="3">- กดลูกบิด แช่ไว้ จนมีเสียง ”ตี๊ด”</font></p><p><font size="3">– หน้าปัดจะแสดง “---“</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3"><b>LAST BOOST แสดงค่าแรงดันสุดท้ายที่เกิดขึ้น</b> เมื่อคุณถอนคันเร่งเกิน 3 วินาที</font></p><p><font size="3">แนะนำว่าให้เปิด function นี้ไว้เสมอ เพราะเป็นเครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์การทำงานของรถคุณได้ดี</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">โปรดระลึกเสมอ ว่าการเลือกให้แสดงค่าเป็น kPa จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ kPa ที่แท้จริง แต่เป็นค่า bars ซึ่ง Greddy มักจะติดเครื่องหมาย x 100 kPa ไว้บนหน้าปัด ซึ่ง 100 kPa จะแสดงว่าเป็น 1.0 x 100 kPa ซึ่งถ้าคุณเลือกให้แสดงค่าเป็น psi คราวนี้จะงงหนักเลย psi x 10 จะแสดงเป็น 190 ไปกันใหญ่แล้วนั่น</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3"><b>และเมื่อคุณจ่ายไฟให้กับ Profec B Spec II เป็นครั้งแรก ค่า WARNING จะอยู่ที่ 14.5 psi ( 100kPa หรือ 1.0 bar )</b> เสมอ ซึ่งข้อมูลนี้จะไม่มีแสดงอยู่ใน manual นะ</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">อุณหภูมิของอากาศก็มีผลกับการทำงานของ Profec B Spec II นะครับ ซึ่งพออากาศเปลี่ยน เขาก็เลยแนะนำว่า ทำ Lo ตอนอากาศเย็น แล้วทำ Hi ตอนอากาศร้อน ก็จะดีนะ เพราะคุณจะได้ไม่ไส่บูสต์ที่มากเกินไป แล้วเดี๋ยวเครื่องมันจะไม่ทน</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">สำหรับแรงดันบูสต์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละเกียร์อาจจะแตกต่างกัน ทำให้การปรับตั้งดูจะซับซ้อนหน่อย แนะนำว่าให้ทดสอบแรงดัน และอาการของ turbo ในเกียร์ที่สูงหน่อยก็ดี จะได้ไม่มีปัญหาบูสต์เกินในภายหลัง ซึ่งอันนี้ก็เป็นปัญหาเดียวกันกับปรับบูสต์ electronics ทั่วๆ ไป</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3"><b>เขาว่า วิธีการปรับตั้งที่น่าจะชดเชยปัญหาเหล่านี้ได้ ให้ทำแบบนี้ครับ</b></font></p><p><font size="3">1. ปรับค่าให้ใช้งานได้โดยปลอดภัยที่สุด โดยที่ยังไม่มีปัญหากับ LIMITER ก็คือทดสอบ และปรับกันในเกียร์สุดท้าย ( 5 หรือ 6 สำหรับผู้โชคดีบางคน ) </font></p><p><font size="3">2. ให้ปรับค่า “Lo” และ “Hi” ให้สามารถใช้งานได้ดีในทุกๆ เกียร์ ซึ่งการทดสอบอาจกระทำได้โดยการกด “Hi” ระหว่างที่คุณกำลังเปลี่ยนขึ้นเกียร์ 3 หรือเมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการใช้งาน “Hi” เพราะเหตุนี้ Greddy ถึงออกแบบ controller ที่สามารถติดตั้งบนพวงมาลัยได้เลย เพื่อความสะดวกในการปรับ Lo-Hi </font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3"><b>สรุปขั้นตอนที่ต้องทำตามลำดับ เพื่อให้ใช้งานได้ครบทุก function แบบแจ๋วๆ เลย</b></font></p><p><font size="3">1. ถ้าต้องการเปลี่ยนค่าให้แสดงเป็น psi ให้ทำซะ ดูในคู่มือของคุณเอาแล้วกัน ว่าทำไง</font></p><p><font size="3">2. ตั้งค่า WARNING ที่ต้องการซะ เอาให้ปลอดภัยกับเครื่องคุณนะ ปกติแล้วเกิน Hi ซัก 0.1 ก็พอแล้ว</font></p><p><font size="3">3. ตั้งค่า START BOOST ( SET GAIN ) ไปที่แรงดันที่ต้องการ ปกติแล้วน้อยกว่า Lo ซัก 0.1 ก็พอแล้ว</font></p><p><font size="3">4. ล้างค่า PEAK BOOST ดูวิธีด้านบนเอา</font></p><p><font size="3">5. ปรับ LAST BOOST เป็น ON ซะด้วย</font></p><p><font size="3">6. ปรับ GAIN เป็น 0 </font></p><p><font size="3">7. ปรับ SET ไป 25% หรือต่ำๆ หน่อยก็ปลอดภัยดีนะ</font></p><p><font size="3">8. ปรับ LIMITER ไปที่ค่า SET ลบ 5% ( โดยอาจกำหนดค่าเป็น 20% ถ้าใช้ค่าตัวอย่างในข้อ 7 )</font></p><p><font size="3">9. ทดสอบการเหี่ยวลงของบูสต์ที่รอบสูง โดยคุณสามารถทำในถนนโล่งๆ ไม่มีรถรอบข้าง และที่สำคัญต้องไม่มีตำรวจด้วย ดีที่สุดเลยคือให้คนอื่นตั้งให้คุณ แล้วคุณขับอย่างเดียว ใช้สมาธิให้เต็มที่ จะได้ไม่มีใครเจ็บตัวโดยไม่จำเป็น </font></p><p><font size="3">ถ้าพบว่าไม่มีอาการบูสต์เหี่ยว ก็โชคดีไป ข้ามไปขั้นตอนต่อไปได้เลย แต่ถ้าพบว่ามีบูสต์ตกลงที่รอบเครื่องสูงๆ ก็ให้ลองปรับ gain เพิ่มไปซัก 5% แล้วทดสอบใหม่ อย่าลืมว่าถ้าปรับ gain เพิ่มขึ้น แรงบูสต์โดยรวมที่ได้ก็จะมากขึ้นด้วย ซึ่งอาจทำให้คุณต้องย้อนไปปรับ SET ใหม่อีก ปรับจนได้แรงดันที่นิ่งตามที่ต้องการ</font></p><p><font size="3">10. เข้าไปรับค่า SET ขึ้นทีละ 2% แล้วดูปรับค่า WARNING และ กำหนด LIMITER ที่เหมาะสมด้วย แล้วก็ทดสอบขับไปเรื่อยๆ แล้วเพิ่มไปทีละ 2% ไปจนกว่าจะได้แรงดันที่ต้องการ</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">ระวังเครื่องพังนะครับ ไม่ใช่ว่าลองแต่จะให้บูสต์มาเร็ว แรงดันเท่านั้นเท่านี้ และต้องนิ่งเป็นหิน แต่ลืมสังเกตุไปว่าเครื่องทนได้แค่ไหน ความร้อนขึ้นหรือเปล่า คลัตช์จะลื่นหรือยัง อย่างที่บอกมาในข้างต้นครับ ต้องมีคนขับ และคนปรับตั้ง อย่าไปทำคนเดียว</font></p><p><font size="3">เดี๋ยวพลาด…</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">11. เสร็จแล้วไปเพิ่ม START BOOST ( SET GAIN ) ทีละ 1 ไปเรื่อยๆ จนเจออาการบูสต์เหวี่ยงเกินไปนิดนึง แล้วตกกลับมา แปลว่านั่นล่ะมากเกินไปหน่อยแล้ว ก็ให้ถอยค่าลงนิดนึง เอาจนได้บูสต์ที่มาเร็ว และนิ่งโดยไม่เหวี่ยงเกิน คือได้ค่าที่ถูกต้องแล้ว</font></p><p><font size="3"><br /></font></p><p><font size="3">ทำเสร็จ 11 ขั้นตอนนี้แล้ว ที่เหลือก็แค่ fine-tune ( ปรับละเอียด ) แล้วครับ ก็ทำ 9-10-11 นี่ล่ะ แต่คราวนี้ปรับค่าทีละ 1 พอ ปรับจนพอใจแล้วก็ไม่ต้องไปยุ่งกับมันอีก เอาไว้เปลี่ยน turbo แล้วค่อยมาว่ากันอีกทีครับ</font></p><p><br /></p><p>จาก : <a href="http://www.clubrt.net/" target="_blank" class="externalLink ProxyLink" data-proxy-href="http://www.clubrt.net/" rel="nofollow">http://www.clubrt.net/</a></p><p><br /></p><p><img src="http://carworks.gr/online/images/stories/parts/greddy/contents_list.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" />[/QUOTE]</p><p><br /></p>
[QUOTE="DUKE_68, post: 1417624, member: 33494"][img]http://image.superstreetonline.com/f/miscellaneous/electronic-manual-boost-controllers/1026658+w640+cr1+re0+ar1/profec-b-spec-ii.jpg[/img] [COLOR="Orange"][SIZE="4"][B][FONT="Century Gothic"]PROFEC B spec II[/FONT][/B][/SIZE][/COLOR] [SIZE="3"] ทำความรู้จักกับความหมายของค่าต่างๆ กันก่อนที่จะเริ่มปรับดีกว่านะครับ เอาแบบชัวร์ๆ ใช้งานให้เต็มทุก function เลยดีกว่า [B]SET หมายถึง boost pressure[/B] ที่ต้องการ แต่แทนที่จะตั้งเป็น bar หรือ psi แบบทั่วๆ ไป สำหรับของ Greddy Profec B spec II จะใช้การตั้ง % ของ solenoid valve คือ จาก 0% น้อยสุด ไปจนถึง 100% สูงสุด คือ valve ปิดตลอด จะไม่มีลมไปยก wastegate เลย คือ turbo ทำลมได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นล่ะ ซึ่งการปรับตั้งในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการทดลองค่าไปเรื่อยๆ คือค่อยๆ ปรับ % ไป แล้วลองขับแบบเหยียบมิดเลย อย่าลองมาก เดี๋ยวพังไม่รู้ด้วย เพราะถ้าบูสต์ไหล คือมันจะไปเลยนะ ก็ดูปรับ % ที่จะให้แรงบูสต์ที่ต้องการตลอดช่วง rpm ที่ต้องการ ซึ่ง SET นี้จะต้องตั้งแบบ conservative คือค่อยๆ เพิ่มไป ค่านี้ถ้าเยอะก็จะได้บูสต์เยอะ ซึ่งเขาแนะนำว่าเริ่มซัก 25% ก็พอไหว แค่นี้ก็เยอะพอแล้ว อย่างที่บอกครับ ค่อยๆ เพิ่มไป ซึ่งค่า SET นี้ ก็จะมีผลกับการบูสต์ของ turbo ซึ่งจะสัมพันธ์กับค่า GAIN ที่จะกล่าวถึงต่อไปด้วยครับ [B]GAIN หมายถึง [/B]ค่าที่ใช้ปรับตั้งเพื่อให้ได้ความสม่ำเสมอของแรงดัน ผู้ผลิตเขาบอกว่าให้เริ่มต้นไว้ที่ 0 นั่นแหละดีแล้ว แล้วพอตอนเอารถไปวิ่งทดสอบแบบเหยียบมิด ถ้าขณะทดสอบ ถ้าสังเกตุว่าบูสต์มาเต็ม แล้วลดลงในขณะที่รอบสูง ก็ให้ปรับ gain ขึ้น ทีละนิดหน่อย เช่นอาจเริ่มต้นที่ 5% แล้วค่อย fine tune อีกทีละ 1% ไปเรื่อยๆ ซึ่งการปรับตั้งค่า GAIN นี้ จะมีผลทำให้แรงบูสต์สูงขึ้น ถึงแม้ว่าค่า SET จะอยู่ที่เดิมก็ตาม เพราะฉะนั้นในตอนเริ่มต้น ควรปรับตั้ง GAIN ไว้ที่ 0 เสมอ [B]START BOOST ( หรือที่แสดงว่า SET GAIN บนหน้าปัด ) คื[/B]อ ค่าต่ำสุดที่จะให้ปรับบูสต์เริ่มทำงาน สำหรับการใช้งานปกติแนะนำว่าให้ปรับให้ไกล้เคียงกับค่าแรงดันที่ตั้งไว้ใน SET ซึ่งจะมีผลให้บูสต์มาเร็วขึ้น เช่นกรณีที่ตั้ง SET ไว้เพื่อให้ได้บูสต์คงที่ที่ 0.80 bar อาจจะตั้ง SET GAIN ไว้ที่ 0.70 bar เป็นต้น หมายเหตุ : การตั้ง SET GAIN ใกล้กับแรงดันที่ SET มากเกินไปจะทำให้เกิดอาการ boost spike คือบูสต์จะเกินที่ตั้งไว้ เล็กน้อย แล้วถอยกลับลงมา ซึ่งบางคนชอบ บางคนก็ไม่ชอบ เพราะอาจทำให้กำลังรถควบคุมยาก หรืออาจถึงกับพังได้ ถ้าเล่นกันที่บูสต์สูงๆ rpm สูงๆ ซึ่งคุณสามารถ fine-tune ค่า SET GAIN ให้ใกล้กับค่า SET ให้มากที่สุด โดยไม่เกิด boost spike จะทำให้ได้การตอบสนองของ turbo ที่ดีมาก ซึ่งเขาแนะนำว่าค่าที่ว่านี้ ควรตั้งใกล้กันไม่เกิน 4 psi ( 0.3 bar ? ) [B] WARNING คือการกำหนดค่าแรงดันสูงสุดที่คุณจะใช้งาน[/B] โดยสามารถกำหนดเป็นค่าตัวเลขแรงดันได้เลย เหมือนกับตอนตั้ง SET GAIN ซึ่งเมื่อแรงดัน turbo สูงถึงค่าที่กำหนดไว้ จะทำให้ LIMITER ทำงาน โดยการส่งสัญญาณเตือน และทำการลดบูสต์ลงโดยอัตโนมัติ ตามค่า % ของการลดค่าที่ปรับตั้งได้ โดยปกติแล้ว WARNING จะ set ให้อยู่เกินค่าแรงดัน Hi Boost ไปเพียงเล็กน้อย เพื่อช่วยป้องกันเครื่องยนต์ [B]LIMITER คือ boost percentage[/B] ที่ตัวปรับบูสต์จะใช้เมื่อเกิด WARNING ซึ่งสามารถตั้งเป็นค่าเดียวกับ SET คือไม่ลดเลย เตือนอย่างเดียว หรือให้ลดไปจนถึง 0% คือ ปิดการทำงานของวาล์วปรับบูสต์ไปเลยก็ได้ ซึ่งแนะนำว่าให้ลดลงซัก 5% - 10% กำลังสวย รถจะวิ่งไม่ตื้อมาก [B]PEAK คือแรงดันสูงสุดที่ปรับบูสต์บันทึกไว้[/B] จนกว่าจะลบทิ้ง การลบค่าทำได้โดยขั้นตอนต่อไปนี้ - กำหนดให้แสดง peak boost - กดลูกบิด แช่ไว้ จนมีเสียง ”ตี๊ด” – หน้าปัดจะแสดง “---“ [B]LAST BOOST แสดงค่าแรงดันสุดท้ายที่เกิดขึ้น[/B] เมื่อคุณถอนคันเร่งเกิน 3 วินาที แนะนำว่าให้เปิด function นี้ไว้เสมอ เพราะเป็นเครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์การทำงานของรถคุณได้ดี โปรดระลึกเสมอ ว่าการเลือกให้แสดงค่าเป็น kPa จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ kPa ที่แท้จริง แต่เป็นค่า bars ซึ่ง Greddy มักจะติดเครื่องหมาย x 100 kPa ไว้บนหน้าปัด ซึ่ง 100 kPa จะแสดงว่าเป็น 1.0 x 100 kPa ซึ่งถ้าคุณเลือกให้แสดงค่าเป็น psi คราวนี้จะงงหนักเลย psi x 10 จะแสดงเป็น 190 ไปกันใหญ่แล้วนั่น [B]และเมื่อคุณจ่ายไฟให้กับ Profec B Spec II เป็นครั้งแรก ค่า WARNING จะอยู่ที่ 14.5 psi ( 100kPa หรือ 1.0 bar )[/B] เสมอ ซึ่งข้อมูลนี้จะไม่มีแสดงอยู่ใน manual นะ อุณหภูมิของอากาศก็มีผลกับการทำงานของ Profec B Spec II นะครับ ซึ่งพออากาศเปลี่ยน เขาก็เลยแนะนำว่า ทำ Lo ตอนอากาศเย็น แล้วทำ Hi ตอนอากาศร้อน ก็จะดีนะ เพราะคุณจะได้ไม่ไส่บูสต์ที่มากเกินไป แล้วเดี๋ยวเครื่องมันจะไม่ทน สำหรับแรงดันบูสต์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละเกียร์อาจจะแตกต่างกัน ทำให้การปรับตั้งดูจะซับซ้อนหน่อย แนะนำว่าให้ทดสอบแรงดัน และอาการของ turbo ในเกียร์ที่สูงหน่อยก็ดี จะได้ไม่มีปัญหาบูสต์เกินในภายหลัง ซึ่งอันนี้ก็เป็นปัญหาเดียวกันกับปรับบูสต์ electronics ทั่วๆ ไป [B]เขาว่า วิธีการปรับตั้งที่น่าจะชดเชยปัญหาเหล่านี้ได้ ให้ทำแบบนี้ครับ[/B] 1. ปรับค่าให้ใช้งานได้โดยปลอดภัยที่สุด โดยที่ยังไม่มีปัญหากับ LIMITER ก็คือทดสอบ และปรับกันในเกียร์สุดท้าย ( 5 หรือ 6 สำหรับผู้โชคดีบางคน ) 2. ให้ปรับค่า “Lo” และ “Hi” ให้สามารถใช้งานได้ดีในทุกๆ เกียร์ ซึ่งการทดสอบอาจกระทำได้โดยการกด “Hi” ระหว่างที่คุณกำลังเปลี่ยนขึ้นเกียร์ 3 หรือเมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการใช้งาน “Hi” เพราะเหตุนี้ Greddy ถึงออกแบบ controller ที่สามารถติดตั้งบนพวงมาลัยได้เลย เพื่อความสะดวกในการปรับ Lo-Hi [B]สรุปขั้นตอนที่ต้องทำตามลำดับ เพื่อให้ใช้งานได้ครบทุก function แบบแจ๋วๆ เลย[/B] 1. ถ้าต้องการเปลี่ยนค่าให้แสดงเป็น psi ให้ทำซะ ดูในคู่มือของคุณเอาแล้วกัน ว่าทำไง 2. ตั้งค่า WARNING ที่ต้องการซะ เอาให้ปลอดภัยกับเครื่องคุณนะ ปกติแล้วเกิน Hi ซัก 0.1 ก็พอแล้ว 3. ตั้งค่า START BOOST ( SET GAIN ) ไปที่แรงดันที่ต้องการ ปกติแล้วน้อยกว่า Lo ซัก 0.1 ก็พอแล้ว 4. ล้างค่า PEAK BOOST ดูวิธีด้านบนเอา 5. ปรับ LAST BOOST เป็น ON ซะด้วย 6. ปรับ GAIN เป็น 0 7. ปรับ SET ไป 25% หรือต่ำๆ หน่อยก็ปลอดภัยดีนะ 8. ปรับ LIMITER ไปที่ค่า SET ลบ 5% ( โดยอาจกำหนดค่าเป็น 20% ถ้าใช้ค่าตัวอย่างในข้อ 7 ) 9. ทดสอบการเหี่ยวลงของบูสต์ที่รอบสูง โดยคุณสามารถทำในถนนโล่งๆ ไม่มีรถรอบข้าง และที่สำคัญต้องไม่มีตำรวจด้วย ดีที่สุดเลยคือให้คนอื่นตั้งให้คุณ แล้วคุณขับอย่างเดียว ใช้สมาธิให้เต็มที่ จะได้ไม่มีใครเจ็บตัวโดยไม่จำเป็น ถ้าพบว่าไม่มีอาการบูสต์เหี่ยว ก็โชคดีไป ข้ามไปขั้นตอนต่อไปได้เลย แต่ถ้าพบว่ามีบูสต์ตกลงที่รอบเครื่องสูงๆ ก็ให้ลองปรับ gain เพิ่มไปซัก 5% แล้วทดสอบใหม่ อย่าลืมว่าถ้าปรับ gain เพิ่มขึ้น แรงบูสต์โดยรวมที่ได้ก็จะมากขึ้นด้วย ซึ่งอาจทำให้คุณต้องย้อนไปปรับ SET ใหม่อีก ปรับจนได้แรงดันที่นิ่งตามที่ต้องการ 10. เข้าไปรับค่า SET ขึ้นทีละ 2% แล้วดูปรับค่า WARNING และ กำหนด LIMITER ที่เหมาะสมด้วย แล้วก็ทดสอบขับไปเรื่อยๆ แล้วเพิ่มไปทีละ 2% ไปจนกว่าจะได้แรงดันที่ต้องการ ระวังเครื่องพังนะครับ ไม่ใช่ว่าลองแต่จะให้บูสต์มาเร็ว แรงดันเท่านั้นเท่านี้ และต้องนิ่งเป็นหิน แต่ลืมสังเกตุไปว่าเครื่องทนได้แค่ไหน ความร้อนขึ้นหรือเปล่า คลัตช์จะลื่นหรือยัง อย่างที่บอกมาในข้างต้นครับ ต้องมีคนขับ และคนปรับตั้ง อย่าไปทำคนเดียว เดี๋ยวพลาด… 11. เสร็จแล้วไปเพิ่ม START BOOST ( SET GAIN ) ทีละ 1 ไปเรื่อยๆ จนเจออาการบูสต์เหวี่ยงเกินไปนิดนึง แล้วตกกลับมา แปลว่านั่นล่ะมากเกินไปหน่อยแล้ว ก็ให้ถอยค่าลงนิดนึง เอาจนได้บูสต์ที่มาเร็ว และนิ่งโดยไม่เหวี่ยงเกิน คือได้ค่าที่ถูกต้องแล้ว ทำเสร็จ 11 ขั้นตอนนี้แล้ว ที่เหลือก็แค่ fine-tune ( ปรับละเอียด ) แล้วครับ ก็ทำ 9-10-11 นี่ล่ะ แต่คราวนี้ปรับค่าทีละ 1 พอ ปรับจนพอใจแล้วก็ไม่ต้องไปยุ่งกับมันอีก เอาไว้เปลี่ยน turbo แล้วค่อยมาว่ากันอีกทีครับ[/SIZE] จาก : [url]http://www.clubrt.net/[/url] [img]http://carworks.gr/online/images/stories/parts/greddy/contents_list.jpg[/img][/QUOTE]
เข้าสู่ระบบด้วย Facebook
เข้าสู่ระบบด้วย Twitter
เข้าสู่ระบบด้วย Google
ชื่อผู้ใช้งานหรือที่อยู่อีเมล์ของคุณ:
คุณมีบัญชีผู้ใช้หรือไม่?
ไม่มี, สร้างบัญชีผู้ใช้ตอนนี้
มี, รหัสผ่านของฉันคือ:
ลืมรหัสผ่านของคุณ?
อยู่ในระบบตลอดเวลา
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
ฟอรั่ม
>
RacingWeb Community
>
Racing Forum (Cars Forum)
>
ใครใช้เป็นบ้างคับปรับบูสท์ไฟฟ้า Greddy Profec B SpecII
>
X
หน้าแรก
หน้าแรก
Quick Links
โพสต์ล่าสุด
กิจกรรมล่าสุด
ผู้เขียน
ฟอรั่ม
ฟอรั่ม
Quick Links
ค้นหาฟอรั่ม
โพสต์ล่าสุด
ประกาศซื้อขาย
ประกาศซื้อขาย
Quick Links
ค้นหาประกาศซื้อขาย
กิจกรรมล่าสุด
ผู้ค้าขายคะแนนสูงสุด
สื่อ/วิดีโอ
สื่อ/วิดีโอ
Quick Links
Search Media
New Media
สมาชิก
สมาชิก
Quick Links
สมาชิกที่โดดเด่น
สมาชิกที่ลงทะเบียน
ผู้ใช้งานในขณะนี้
กิจกรรมล่าสุด
โพสต์ข้อมูลส่วนตัวใหม่
เมนู
ค้นหาเฉพาะชื่อ
โพสต์โดยสมาชิก:
แยกชื่อด้วยเครื่องหมายจุลภาค
ใหม่กว่า:
ค้นหาเฉพาะหัวข้อนี้
ค้นหาเฉพาะฟอรั่มนี้
แสดงผลเป็นหัวข้อ
การค้นหาที่มีประโยชน์
โพสต์ล่าสุด
เพิ่มเติม...